ค้นหา

‘เศรษฐา’ สั่งทำงานเชิงรุกแก้ปัญหาฝุ่นพิษ วางมาตรการเข้มเกษตรกรเผา-เจ้าหน้าที่ละเลย

สำนักนายกรัฐมนตรี
เข้าชม 146 ครั้ง

‘นายกฯ​’ สั่งทำงานเชิงรุกแก้ฝุ่น PM 2.5 ยกเชียงใหม่เป็นโมเดล​ กำชับ ‘ผู้ว่าฯ’ ดูแลพื้นเข้มงวด ไม่ปล่อยมีการเผา หากพบละเลย ลงโทษตามระเบียบ วางมาตรการตัดสิทธิช่วยเหลือเกษตรทุกรูปแบบ​จากรัฐ หากยังฝ่าฝืน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง สั่งการในที่ประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นอันดับต้นๆ อย่างจริงจัง โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ของนายกฯ ถือเป็นจังหวัดต้นแบบ ซึ่งได้มีการประเมินสถานการณ์ในเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ขณะนี้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ลดลง โดยเฉพาะเดือน ม.ค. เมื่อเทียบย้อนหลังไปถึง 10 ปี โดย ม.ค. ปีนี้ คนเชียงใหม่บอกว่าปัญหาฝุ่นดีขึ้นที่สุด และปริมาณฝุ่นต่ำลงมาก แต่พื้นที่ กทม. และปริมณฑล ยังไม่ลดลง ดังนั้นนายกฯ จึงเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเน้นการทำงานเชิงรุก ใช้กลไกและกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ทุกหน่วยงานนำไปปรับใช้ เพื่อกำหนดมาตรการให้มีความเข้มข้นและเป็นรูปธรรม 

นายชัย กล่าวว่า โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้คือ 1.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รณรงค์ให้เกษตรกรที่เผาเปลี่ยนไปใช้วิธีการฝังกลบ หากเกษตรกรรายใดติดปัญหาเรื่องเครื่องมือในการฝังกลบ ภาครัฐยินดีส่งเสริมแต่ถ้ายังฝืนเผาอยู่ จะถูกตัดสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกรูปแบบ 2.กรณีสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ นำเข้ากำหนดมาตรการลดหรือห้ามนำเข้าสินค้าทางการเกษตรที่พิสูจน์ได้ว่า มีกระบวนการผลิตเกี่ยวข้องกับการเผา เช่น การนำเข้าข้าวโพด ซึ่งแหล่งนำเข้าข้าวโพดมีการเผาตอซังข้าวโพด หากมีการพิสูจน์ได้ ให้ทั้ง 2 กระทรวงระงับการอนุญาตนำเข้า

นายชัย กล่าวต่อว่า 3.กำหนดให้มีการจับกุม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ออกประกาศเขตห้ามเผา ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หากผู้ใดฝ่าฝืน ให้มีการลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด 4.การลงโทษปรับ กรณีการเผาที่เป็นเหตุให้รำคาญ เรามีกฎหมายที่ว่าด้วยพระราชบัญญัติสาธารณสุข หากมีการลักลอบนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวกับการเผาในประเทศเพื่อนบ้าน ที่เกี่ยวข้องจับกุมและลงโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลพื้นที่ให้เข้มงวด ไม่ให้เกิดการเผาและลักลอบนำเข้า ถ้ายังเผา และปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าสินค้าที่เกิดจากการเผาจากประเทศต้นทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีส่วนรับผิดชอบ และอาจถูกพิจารณาโทษตามกฎหมาย ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายชัย กล่าวอีกว่า 5.แนวทางการสนับสนุนเชิงรุก ให้มีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้ประชาชนรับทราบว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้ หากมีเจ้าหน้าที่คนไหนหย่อนยานจะถูกลงโทษ นอกจากนี้ ยังขอให้กระทรวงเกษตรฯ ให้ความรู้กับเกษตรกร เรื่องการไถกลบและผลเสียของการเผา นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการ กำหนดมาตรการสนับสนุน

“ขอให้ข้อสั่งการดังกล่าว ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยขอให้คณะกรรมการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเพื่อความยั่งยืน ซึ่งมีพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ให้นำแนวทางดังกล่าว ไปพิจารณาร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และทำให้เป็นมาตรการที่ชัดเจน เพื่อสนองตอบต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยด่วน

แชร์ :
ที่มาของเนื้อหา : https://www.dailynews.co.th/news/3150134/